บริการสอนการใช้(Instructional Service)
งานบริการอ้างอิงและสารสนเทศ
1. บริการสารสนเทศ (Information services) ตอบคำถาม หรือแสวงหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ ยืมระหว่างห้องสมุด จัดส่งเอกสาร ข่าวสารทันสมัย
2. บริการสอนการใช้ (Instruction services) สอนผู้ใช้ในการค้นคว้า และการใช้เครื่องมือค้นได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น บัตรรายการ หนังสืออ้างอิง การสืบค้นออนไลน์ การบริการสอนการใช้จะมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้มีการรู้สารสนเทศ (information literacy skills)
3. บริการแนะนำ (Guidance services) มีความคล้ายกับบริการสอนการใช้ แต่แตกต่างคือ จะเน้นในการให้ความช่วยเหลือในขณะสืบค้น การเลือกทรัพยากรสารสนเทศที่เหมาะสม เช่น หนังสือ บทความ หรือทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการ ในเรื่องที่เฉพาะเจาะจง มากกว่าสอนการใช้
(Bopp & Smith, 2001, pp.7-14; Chowdhury, 2005, p.258)
สมาคมห้องสมุดอเมริกันได้กำหนดไว้ คือ
“หน้าที่ของห้องสมุดทุกประเภทคือต้องจัดการให้ผู้ใช้มีโอกาสเข้าใจในระบบการจัด การสารสนเทศ...การแนะนำการใช้ห้องสมุดถือเป็นหลักการแรกในการให้บริการ”
“It is essential that libraries of all types accept the responsibility of providing people with opportunities to understand the organization of information ...to include instruction in the use of libraries as one of the primary goals of service” (Bopp & Smith, 1995, p.12)
บทบาทของบรรณารักษ์ของห้องสมุดในห้องสมุดวิชาการ
บทบาทบรรณารักษ์ Bentailed ว่าการให้บริการการเรียนการสอนทั้งหมดของห้องสมุดมหาวิทยาลัยของนักศึกษาระดับปริญญาตรีและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตอบนี้คือการที่พวกเขาไม่ทำมากในการทำงานอ้างอิง
หน้าที่ของตนที่เกี่ยวข้องกับ
ผู้จัดการแผนกการอ้างอิงการเรียนการสอนในชั้นเรียนการจัดการทำงานร่วมกัน (ห้องปฏิบัติการขนาดเล็ก)
ทำจำนวนมากจากการศึกษาการใช้งาน ที่สุดของการทำงานของพวกเขาจะอยู่เบื้องหลัง
เกี่ยวข้องกับบทเรียน
การออกแบบเว็บสำหรับห้องสมุดขึ้นอยู่กับผลของการศึกษาการใช้งาน
หน้าที่ของตนที่เกี่ยวข้องกับ
ผู้จัดการแผนกการอ้างอิงการเรียนการสอนในชั้นเรียนการจัดการทำงานร่วมกัน (ห้องปฏิบัติการขนาดเล็ก)
ทำจำนวนมากจากการศึกษาการใช้งาน ที่สุดของการทำงานของพวกเขาจะอยู่เบื้องหลัง
เกี่ยวข้องกับบทเรียน
การออกแบบเว็บสำหรับห้องสมุดขึ้นอยู่กับผลของการศึกษาการใช้งาน
การออกแบบเว็บสำหรับห้องสมุดขึ้นอยู่กับผลของการศึกษาการใช้งาน
เช่นเมื่อถามว่าหรือไม่พวกเขาเชื่อว่าบทบาทของบรรณารักษ์ของห้องสมุดที่มีการเปลี่ยนแปลงในการเปรียบเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมแต่ละคนตอบใช่ (Q.6)
ความคล้ายคลึงกันอีกประการหนึ่งที่พบในวิธีการที่สองของบรรณารักษ์ที่มีการอ้างอิงถึงแหล่งอื่น ๆ กว่าประสบการณ์ในการทำงานของพวกเขาที่จะตอบคำถาม นี้เพราะไม่ของพวกเขาทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์ 10 ปี ไม่ต้องรับในสาขายังที่พวกเขาไม่มีกรอบที่แท้จริงของการอ้างอิงสำหรับคำถามนี้ การอ้างอิงถึงการอ่านที่ผ่านมาและปีที่ผ่านมาของพวกเขาถูกดึงมาในโรงเรียนพวกเขาผ่านคำถามนี้
ความคล้ายคลึงกันอีกประการหนึ่งที่พบในวิธีการที่สองของบรรณารักษ์ที่มีการอ้างอิงถึงแหล่งอื่น ๆ กว่าประสบการณ์ในการทำงานของพวกเขาที่จะตอบคำถาม นี้เพราะไม่ของพวกเขาทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์ 10 ปี ไม่ต้องรับในสาขายังที่พวกเขาไม่มีกรอบที่แท้จริงของการอ้างอิงสำหรับคำถามนี้ การอ้างอิงถึงการอ่านที่ผ่านมาและปีที่ผ่านมาของพวกเขาถูกดึงมาในโรงเรียนพวกเขาผ่านคำถามนี้
เมื่อถูกถามว่าหรือไม่บทบาทของพวกเขาเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดอ้างอิงทางวิชาการได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการก้าวหน้าของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่คล้ายคลึงกันเพิ่มเติมพบว่าในหมู่บรรณารักษ์ (Q.7) ผู้เข้าร่วมทั้งหมดตอบ yes กับคำถามนี้ การค้นพบที่สำคัญอีกครั้งได้รับการสนับสนุนความคิดของบรรณารักษ์ในห้องสมุดอ้างอิงทางวิชาการที่เป็นครู
บรรณารักษ์หนึ่งไปเท่าที่จะกล่าวว่าความก้าวหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทำให้พวกเขา"ครูมากกว่าผู้ให้คำตอบ."ซึ่งบรรณารักษ์เดียวกับตัวอย่างของวิธีการกำจัดมันคือตรงกับนักเรียนที่มีต่อการใช้เครื่องมือวิจัยที่ดีขึ้นเช่นฐานข้อมูลออนไลน์และแคตตาล็อกแทน เครื่องมือค้นหาเช่น Googleแม้ความกังวลที่แสดงออกในเชิงลึกถึงเวลาที่ใช้ในการอธิบายให้กับนักเรียนว่าทำไมพวกเขาจำเป็นต้องใช้วัสดุทางวิชาการ
บรรณารักษ์หนึ่งไปเท่าที่จะกล่าวว่าความก้าวหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทำให้พวกเขา"ครูมากกว่าผู้ให้คำตอบ."ซึ่งบรรณารักษ์เดียวกับตัวอย่างของวิธีการกำจัดมันคือตรงกับนักเรียนที่มีต่อการใช้เครื่องมือวิจัยที่ดีขึ้นเช่นฐานข้อมูลออนไลน์และแคตตาล็อกแทน เครื่องมือค้นหาเช่น Googleแม้ความกังวลที่แสดงออกในเชิงลึกถึงเวลาที่ใช้ในการอธิบายให้กับนักเรียนว่าทำไมพวกเขาจำเป็นต้องใช้วัสดุทางวิชาการ
Carla V. Edwards. How Has the Role of the Reference Librarian in Academic Libraries
Changed Due to the Advancements of Electronic Media? A Master’s paper for the M.S. in L.S. degree. April 2004. 29 pages. Advisor: Claudia Gollop
Changed Due to the Advancements of Electronic Media? A Master’s paper for the M.S. in L.S. degree. April 2004. 29 pages. Advisor: Claudia Gollop
ปรัชญาการบริการ
ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ด้วยตนเอง เป็นการส่งเสริมการ
เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
Library Literacy
Information Literacy
Bibliographic Instruction (BI): Instructional programs designed to teach library users Synonymous with
library instruction
library orientation
User Instruction
วิธีการสอน
Informal Instruction อย่างไม่เป็นทางการ
Formal Instruction เป็นทางการ
(Online Dictionary of Library and Information Science.)
พัฒนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
การเพิ่มขึ้นของสารสนเทศเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ ที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนในสังคมอย่างกว้างขวาง
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้สารสนเทศ การแสวงหาสารสนเทศ
ทำให้บุคคลต้องเผชิญกับทางเลือกสารสนเทศที่หลากหลาย และมากมาย
จึงมีความจำเป็นที่ต้องรู้เกี่ยวกับประเมิน เลือก และสังเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มทักษะใหม่ เช่น
ทักษะในการแสวงหา
การเข้าถึง สารสนเทศ
ความสำคัญของ IL
สารสนเทศที่มีในปัจจุบัน 295 exabytes (พันล้านกิกะไบต์)
มีจำนวนที่มากกว่า 315 เท่าของจำนวนทรายที่มีในโลก
ในปี 2007 จำนวนร้อยละ 94 สารสนเทศบันทึกอยู่ในรูปแบบดิจิทัล
ในปี 2007 มีการสื่อสารสารสนเทศ จำนวน 1.9 zettabytes ผ่านระบบสื่อสารมวลชน เช่น โทรทัศน์ และ GPS เทียบได้กับที่คนในโลกนี้อ่านหนังสือพิมพ์วันละ 174 ฉบับ
การสื่อสารโทรคมนาคมมีอัตราการเติบโตร้อยละ 28 ในขณะที่ความสามารถในการจัดเก็บเติบโตร้อยละ 23/ปี
M. Hilbert and P. Lopez, "The world's technological capacity to store, communicate and compute information," Science Express: Feb. 10, 2011.
http://www.physorg.com/news/2011-02-world-scientists-total-technological-capacity.html
หน่วยวัดความจำ
1024 bytes (B) = 1 kilobyte (kB)
1024 kilobytes (kB) = 1 megabyte (MB)
1024 megabytes (MB) = 1 gigabyte (GB)
1024 gigabytes (GB) = 1 terabyte (TB)
1024 terabyte (TB) = 1 petabyte (PB)
1024 petabytes (PB) = 1 exabyte (EB)
1024 exabytes (EB) = 1 zettabyte (ZB)
1024 zettabyte (ZB) = 1 yottabyte (YB)
1024 kilobytes (kB) = 1 megabyte (MB)
1024 megabytes (MB) = 1 gigabyte (GB)
1024 gigabytes (GB) = 1 terabyte (TB)
1024 terabyte (TB) = 1 petabyte (PB)
1024 petabytes (PB) = 1 exabyte (EB)
1024 exabytes (EB) = 1 zettabyte (ZB)
1024 zettabyte (ZB) = 1 yottabyte (YB)
Library of Congress ห้องสมุดสภาคองเกรส
ขนาด 20 เทราไบต์ของห้องสมุดสภาคองเกรสจะยกมาอย่างกว้างขวางและเท่าที่ผมทราบมาโดยสมมติว่ามี LC 20 ล้านหนังสือและแต่ละคนต้องมี 1 MB ของหลักสูตร LC มีมากสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากข้อความที่พิมพ์และสิ่งอื่น ๆ จะใช้พื้นที่มากขึ้น สิบสามล้านภาพแม้ว่าการบีบอัดให้เป็น 1 MB JPG แต่ละจะเป็น 13 เทราไบต์ 4 ล้านคนในกองแผนที่ภูมิศาสตร์อาจจะสแกนถึง 200 TB LC มีมากกว่าห้าแสนภาพยนตร์; ที่ 1 GB แต่ละพวกเขาจะเป็น 500 เทราไบต์ (ส่วนใหญ่จะไม่เต็มความยาวคุณลักษณะสี) Bulkiest อาจจะเป็น 3.5 ล้านบันทึกเสียงซึ่งในแผ่นซีดีเสียงแต่ละคนจะเป็นวัณโรคเกือบ 2,000 นี้จะทำให้ขนาดโดยรวมของห้องสมุดอาจจะเกี่ยวกับ 3 petabytes (3,000 เทราไบต์)
Michael Lesk How much traditional information is there?
http://www.lesk.com/mlesk/ksg97/ksg.html
Barnes and Noble - Nook
น่าจะเป็นที่ eReader ห้องสมุดที่เป็นมิตรมากที่สุดเนื่องจากผู้ใช้สามารถยืมหนังสือไปยังผู้อื่น ห้องสมุดสามารถวิธีการร่วมเป็นพันธมิตรกับ Barnes และ Noble?

อ่าน Skiff11.5 นิ้ว
500 กรัม
อ่านวารสาร
Apple - iPad iPhoneความสำคัญ การรู้สารสนเทศ
ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความรู้ความสามารถของมนุษย์ ให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีระบบ มีวิจารณญาณ และความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่
นำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
รวมถึงการพัฒนาประเทศสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ในสังคมใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การปฎิรูปการศึกษา
สังคมที่พึงปราถนาก็ไม่ใช่เป็นเพียงสังคมข่าวสารแต่ต้องเป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้” การพัฒนา “คน” ให้ได้รับการศึกษาสูงขึ้น
การสอนที่เน้นการท่องจำเนื้อหา ตามที่ครูบอก สอบวัดผลที่เน้นความรู้ความจำ
ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ฝึกให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการคิด (Self Learning) วิเคราะห์ การแสดงความคิดเห็นและการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
โรงเรียนจะต้องเปลี่ยนแปลงสภาพเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) กล่าวคือ โรงเรียนจะต้องจัดให้มีสื่อ และรูปแบบการเรียนที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดโรงเรียนที่ใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญในระดับต้นๆ
Literacy & Information Literacy
“Literacy” อ่านออกเขียนได้ ร้อยละ 100
มีความหมายครอบคลุมเพียง การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น พอใช้ชีวิตอยู่ในยุคสังคมปัจจุบันได้ (ชุติมา สัจจานันท์, 2550, น.27) http://www.youtube.com/watch?v=6rTBn2NotCU&feature=related
“Information Literacy” การรู้สารสนเทศ
1974 Paul Zurkowski ได้กำหนดคำว่าการรู้สารสนเทศ
การรู้สารสนเทศหมายถึง การที่บุคคลได้รับการฝึกให้สามารถประยุกต์สารสนเทศมาใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านเทคนิคการใช้เครื่องมือใน การเข้าถึง และสามารถสังเคราะห์สารสนเทศมาใช้ได้ตามความต้องการ (Stephenson, 2002)
ความหมาย
1989 สมาคมห้องสมุดอเมริกัน
การรู้สารสนเทศ คือ ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ตะหนักในสารสนเทศ ความสามารถแปลความหมาย ตีความ และนำสารสนเทศมาใช้ได้อย่างเหมาะสม และได้ให้คำจำกัดความของผู้รู้สารสนเทศ (Information Literate) ว่า คือ ผู้ที่สามารถรู้ว่าเมื่อใดสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็น สามารถระบุแหล่งหรือค้นหาข้อมูล สามารถประเมิน และใช้สารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Campbell, 2004)
นับแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา
ทักษะการรู้สารสนเทศได้เพิ่มทักษะการรู้คอมพิวเตอร์ (Computer Literacy)
การที่บุคคลมีความรู้ความเข้าใจ คุณสมบัติระบบ และการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์กับงานของตนเข้ามาด้วย เนื่องจากเห็นว่าคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการจัดการสารสนเทศ และ การเข้าถึงสารสนเทศ รวมทั้งการนำมาใช้ในงานในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น
การที่บุคคลมีความรู้ความเข้าใจ คุณสมบัติระบบ และการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์กับงานของตนเข้ามาด้วย เนื่องจากเห็นว่าคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการจัดการสารสนเทศ และ การเข้าถึงสารสนเทศ รวมทั้งการนำมาใช้ในงานในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น
UNESCO (2008) -Information Literacy
ความสามารถของปัจเจกชนในการ
ตระหนักรู้ถึงความต้องการสารสนเทศของตนเอง
รู้ถึงวิธีการในการสืบค้นเพื่อหาข้อมูล/สารสนเทศที่ต้องการรวมถึงต้องสามารถประเมินคุณภาพของสารสนเทศทีสามารถหามาได้
รู้จักวิธีการจัดเก็บและเรียกข้อมูล/สารสนเทศมาใช้เมื่อต้องการ
สามารถใช้ข้อมูล/สารสนเทศอย่างมีประสิทธิผลและมีจริยธรรม
สามารถประยุกต์ใช้สารสนเทศเพื่อสร้างและสื่อสารความรู้
การส่งเสริมการรู้สารสนเทศในสถาบันการศึกษา
การพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นผู้รู้สารสนเทศ จำเป็นต้องเริ่มดำเนินการปูพื้นฐานตั้งแต่การศึกษาระดับต้น และต่อเนื่องถึงระดับอุดมศึกษา (Bruce, 2002) และความร่วมมือระหว่างครู อาจารย์ และบรรณารักษ์ จึงจะเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะเป็นผู้รู้สารสนเทศได้อย่างดีนั้นจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝน และการตระเตรียมอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาการส่งเสริมในต่างประเทศ
อังกฤษ Society of College, National and University Libraries (SCONUL) ได้กำหนดทักษะ 7 ประการในการรู้สารสนเทศ (The seven headline skills)ในระดับอุดมศึกษา
นิวซีแลนด์ ได้กำหนดให้ทักษะการรู้สารสนเทศเป็นทักษะที่สำคัญใน 8 ทักษะสำหรับนักเรียน
สิงค์โปร์ กระทรวงการศึกษา จัดทำคู่มือ ชื่อ Information Literacy Guidelines แนะแนววิธีการสอน การประเมิน และ การประเมินผล รวมทั้งมาตรฐานทักษะการรู้สารสนเทศที่พึงประสงค์ สำหรับโรงเรียน
สหรัฐอเมริกา สมาคมห้องสมุด (American Library Association-ALA)
มาตรฐานการรู้สำหรับนักเรียน (information literacy standards for schools) 1998
มาตรฐานการรู้สำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา (information literacy standards for higher education) 2000
Eisenberg &Berkowitz Big Six Skills Model
เกณฑ์ และแบบทดสอบมาตรฐาน
สหรัฐอเมริกา Association of College and Research Libraries – (ACRL) ได้กำหนดมาตรฐาน
แบบทดสอบ Standardized Assessment of Information Literacy Skills (SAILS)
สถาบันสากล Education Testing Service (ETS)
แบบทดสอบทักษะการรู้สารสนเทศออนไลน์ (Information and Communication Technology Literacy Test (iSkills))
ออสเตรเลีย สถาบัน Council of Australian University Librarians (CAUL)
แบบทดสอบ Information Skills Survey (ISS) (UNESCO, 2008, p.20)
KENT
TRAILS
AZIIL Australian and New Zealand Institute for Information Literacy (Helping Students Effectively Understand Information)
สิ่งที่นโยบาย ICT 2020 ให้ความสำคัญ 2554 – 2563
สร้างการมีการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นBroadband Internet โดยเร็วโดยในการใช้ประโยชน์ให้คานึงถึง/ให้ความสาคัญกับบริการบนMobile device
สร้างทรัพยากรมนุษย์ของประเทศที่มีICT Literacy, Information Literacy และMedia Literacy มีความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต(ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ) เพื่อเป็นกาลังสาคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจฐานบริการและฐานความคิดสร้างสรรค์
การส่งเสริมนวัตกรรมการบริการ(Innovation in Services) โดยการบูรณาการICT ในการบวนการคิดออกแบบพัฒนาสินค้าและบริการทั้งที่เป็นสินค้าและบริการใหม่ๆและสินค้าและบริการดั้งเดิมที่ไทยมีศักยภาพเพื่อการก้าวสู่เศรษฐกิจฐานบริการและฐานความคิดสร้างสรรค์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กำหนดทักษะที่ 3 ประการในแผนพัฒนาทุนมนุษย์ คือ
ทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT literacy)
การรอบรู้ การเข้าถึง และใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ หรือมีทักษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy) ร้อยละ75 Literacy = 100
การรู้เท่าทันสื่อ (Media literacy)
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ.2554—2563 (ICT 2020)
ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน จะทำให้สังคมมีภูมิคุ้มกันผลกระทบทางลบ อันเกิดจากการใช้ ICT ไปในทางที่ไม่เหมาะสม และมีเป้าหมายให้ประชากรอย่างน้อยร้อยละ 75 และ 50 มีความรู้สามารถเข้าถึงสารสนเทศ และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ได้อย่างมีวิจารณญาณ และรู้เท่าทัน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการดำรงชีวิตประจำวัน ในระดับมาตรฐานสากล ตามลำดับ (ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล, 2553)
ผู้รู้สารสนเทศ คือ ผู้ที่มีทักษะในด้านสารสนเทศ ดังนี้
มีความตระหนักว่าสารสนเทศเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ และสารสนเทศที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น
มีความสามารถและรู้ว่าจะได้สารสนเทศจากที่ใด และจะสืบค้นสารสนเทศได้อย่างไร
มีความสามารถในการประเมินสารสนเทศและแหล่งสารสนเทศในฐานะเป็นผู้บริโภคสารสนเทศที่มีวิจารณญาณ
มีความสามารถในการประมวลสารสนเทศกล่าวคือสามารถในการคิดและการวิเคราะห์สารสนเทศ
มีความสามารถในการใช้และสื่อสารสารสนเทศให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีทักษะอื่นที่เกี่ยวข้องกับการรู้สารสนเทศ เช่น การรู้คอมพิวเตอร์ การรู้เทคโนโลยีและการสื่อสาร
American Library Association-ALA ได้กำหนดมาตรฐานการรู้สารสนเทศ
มาตรฐานที่ 1 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้สารสนเทศ จะต้องมีความสามารถที่จะเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
มาตรฐานที่ 2 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้สารสนเทศ จะต้องมีความเชี่ยวชาญ และมีวิจารณญาณในการประเมินสารสนเทศ
มาตรฐานที่ 3 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้สารสนเทศ จะต้องใช้สารสนเทศอย่างถูกต้อง และสร้างสรรค์
มาตรฐานที่ 4 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เรียนรู้อย่างอิสระด้วยการรู้สารสนเทศและติดตามสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของตนเอง
มาตรฐานที่ 5 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เรียนรู้อย่างอิสระด้วยการรู้สารสนเทศ ด้วยการนำวรรณกรรมและสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ด้านอื่นๆ ด้วย
มาตรฐานที่ 6 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เรียนรู้อย่างอิสระด้วยการรู้สารสนเทศ และไขว่คว้าเพื่อให้เกิดความสามารถในการค้นคืนสารสนเทศและสร้างความรู้
มาตรฐานที่ 7 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เกื้อกูลต่อสังคมอย่างแท้จริง เพื่อชุมชนการเรียนรู้ และสังคมการเรียนรู้สารสนเทศ จะต้องยอมรับถึงความสำคัญของสารสนเทศที่มีต่อสังคมระบอบประชาธิปไตย
มาตรฐานที่ 8 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เกื้อกูลต่อสังคมอย่างแท้จริง เพื่อชุมชนการเรียนรู้ และ สังคมการเรียนรู้สารสนเทศ จะต้องฝึกปฏิบัติตนให้มีพฤติกรรมที่มีมารยาท และจรรยาบรรณเกี่ยวกับสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาตรฐานที่ 9 นักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เกื้อกูลต่อสังคมอย่างแท้จริง เพื่อชุมชนการเรียนรู้ และสังคมการรู้สารสนเทศ จะต้องมีส่วนร่วมกับกลุ่มที่มีการติดตาม และสร้าง สารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิผล
มาตรฐานห้องสมุดโรงเรียนและตัวบ่งชี้ - มาตรฐานที่ 1
มาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีความสามารถในการรับรู้ เข้าถึง และใช้ประโยชน์จาก
สารสนเทศ มี 8 ตัวบ่งชี้
1.1 ผู้เรียนกำหนดลักษณะและขอบเขตของสารสนเทศที่ต้องการได้
1.2 ผู้เรียนค้นหาสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.3 ผู้เรียนตัดสินใจเลือกสารสนเทศที่เข้าถึงได้อย่างถูกต้อง
1.4 ผู้เรียนสรุป เรียบเรียงแนวคิดจากสารสนเทศที่ค้นพบได้
1.5 ผู้เรียนจัดเก็บ/เผยแพร่สารสนเทศได้
1.6 ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้าได้
1.7 ผู้เรียนมีจิตสำนึกที่ดีในการใช้ทรัพยากรสารสนเทศ
1.8 ผู้เรียนมีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ทรัพยากรสารสนเทศ
มาตรฐานที่ 2 นักศึกษาผู้รู้สารสนเทศ สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดย
2.1 สามารถเลือกวิธีค้นคว้าหรือระบบการค้นคืนสารสนเทศที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการเข้าถึงสารสนเทศ เช่น สามารถระบุวิธีการค้นคว้าที่เหมาะสม สำรวจข้อดีและข้อด้อยของวิธีการค้นคว้าต่างๆ และเลือกวิธีการสืบค้นสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2.2 สามารถสร้างและปรับปรุงกลยุทธ์การสืบค้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สามารถระบุคำสำคัญที่ใช้สืบค้น เลือกศัพท์ควบคุมให้เหมาะสมกับแหล่งสารสนเทศ ใช้กลยุทธ์การสืบค้นที่เหมาะสมกับระบบการค้นคืนสารสนเทศ และสามารถปรับปรุงกลยุทธ์การสืบค้นสารสนเทศต่าง ๆ เป็นต้น
2.3 สามารถค้นคืนสารสนเทศด้วยวิธีที่หลายหลายทั้งระบบออนไลน์หรือบุคคล เพื่อให้ได้รับสารสนเทศที่ต้องการ เช่น บริการยืมระหว่างห้องสมุด จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ
2.4 สามารถกลั่นกรองกลยุทธ์การสืบค้นได้ถ้าจำเป็น เช่น ความสามารถประเมินปริมาณ คุณภาพ และความเกี่ยวข้องของผลการสืบค้น และข้อด้อยของผลการค้นคืนได้
2.5 สามารถคัดเลือก บันทึกและจัดระบบสารสนเทศและแหล่งสารสนเทศได้ เช่น สามารถใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการคัดเลือกสารสนเทศที่ต้องการ สามารถสร้างระบบจัดเก็บสารสนเทศ รู้จักวิธีการเขียนรายการอ้างอิงสำหรับทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ ได้
ความรู้ยุคดิจิทัลประกอบด้วย ทักษะดังนี้
Basic literacy มีความรู้ ทักษะด้านภาษา ได้แก่ การอ่าน การเขียน การพูด และการฟัง
Visual literacy มีความรู้เรื่องสื่อภาพ เสียง เพื่อความสามารถในกรสื่อสารยุคสารสนเทศ
Media literacy เข้าใจรูปแบบการเสนอสื่อ การวิเคราะห์
Digital literacy มีความรู้เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เครือข่ายและสามารถประยุกต์การใช้งาน
Network literacy
Cultural literacy มีความรู้ การเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ห้องสมุดและการส่งเสริมการรู้สารสนเทศ
เรียกได้หลากหลาย เช่น
การแนะนำห้องสมุด/นำชม (Library Orientation)
การสอนการเข้าถึงข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic Instruction)
การให้การศึกษาผู้ใช้ (User Education)
การฝึกทักษะการเรียนรู้ (information skills training) (Eduserv, 2008)
ห้องสมุดมีบทบาทในการสอนการรู้สารสนเทศ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ บรรณารักษ์มีบทบาทในฐานะผู้สอนวิชาการรู้สารสนเทศ หรือร่วมกับอาจารย์ผู้สอนในการบูรณาการการสอนการรู้สารสนเทศในรายวิชาต่าง ๆ
วิธีการส่งเสริมการรู้สารสนเทศ จะอยู่ในส่วนของ บริการสอนการใช้ (Instruction Services) ซึ่งบริการที่ต้องการให้ผู้ใช้รู้จักวิธีการค้นคว้า คือ แนะนำการใช้ห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศ
การให้บริการนี้อาจคลุมถึง หลักการสืบค้นฐานข้อมูล การใช้ฐานข้อมูล การใช้ทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ทั้งที่เป็นสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การประเมินทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้การค้นคว้าได้ด้วยตนเอง
ส่วนใหญ่จะมีให้บริการในห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดมหาวิทยาลัย และห้องสมุดประชาชน แต่จะไม่มีบริการในห้องสมุดเฉพาะนอกจากบางแห่งที่มีวัตถุประสงค์เป็นพิเศษในการจัดบริการ
บริการนี้ถือเป็นหน้าที่หนึ่งของห้องสมุด
วัตถุประสงค์บริการสอนการใช้ห้องสมุด
IL
สามารถทำให้ผู้ใช้เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของสารสนเทศ
สามารถนำความต้องการของสารสนเทศไปสร้างคำถาม คำหลัก และพัฒนากลยุทธ์การสืบค้นได้
ผู้ใช้สามารถเลือก และสามารถเข้าถึงแหล่งสารสนเทศที่ตอบสนองความต้องการได้รวมถึงมีความสามารถในการประเมินสารสนเทศ และแหล่งสารสนเทศ
ผู้ใช้สามารถนำสารสนเทศมาพัฒนาองค์ความรู้เดิมและประยุกต์ใช้กับงานในสถานการณ์ต่างๆได้
จัดบริการ 2 ลักษณะ คือ
1. บริการเฉพาะบุคคล (One-to-One Instruction)
Informal /Point of use Instruction
2. บริการเป็นกลุ่ม (Group Instruction)
Formal Instruction
Library Tour/Orientation
Classroom Presentation
บริการสอน/แนะนำเฉพาะบุคคล (One-to-One Instruction)
Informal/ Point of use Instruction
เป็นการบริการช่วยเหลือผู้ใช้เมื่อผู้ใช้มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ
ปัญหาในการที่จะได้มาซึ่งข้อสนเทศที่ต้องการ เนื่องจากขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดระบบห้องสมุด
ปัญหาการใช้ทรัพยากรสารสนเทศบางประเภท ระบบการจัดการ การจัดเก็บ และการบริการ
ลักษณะบริการสอน/แนะนำเฉพาะบุคคล (One-to-One Instruction)
บริการสอน/แนะนำการใช้และการค้นคว้า (Library Instruction Services) บรรณารักษ์อ้างอิงจะจัดการบริการสอน/แนะนำผู้ใช้เกี่ยวกับ หลักการค้นสารสนเทศ การใช้เครื่องมือค้นทรัพยากรสารสนเทศ และสารสนเทศที่ห้องสมุดจัดบริการ เช่น การค้นจากหัวเรื่อง แลการกำหนดคำสำคัญ การใช้ตัวดำเนินการ การค้นฐานข้อมูลเฉพาะรายชื่อ
วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้ใช้สามารถได้มาในสิ่งที่เหมาะสม และตรงต่อความต้องการในการได้มาซึ่งข้อสนเทศ
นอกจากจะแนะนำและคัดเลือกหนังสือที่มีในห้องสมุดแล้ว บรรณารักษ์อ้างอิงยังให้บริการครอบคลุมถึงการให้คำแนะนำสิ่งพิมพ์หรือทรัพยากรอื่นที่ออกมาใหม่ และนำเสนอเป็นระยะๆ แก่ผู้ใช้
ห้องสมุดประชาชนยังให้ความสำคัญของบริการนี้มาก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการอ่าน และจัดหาทรัพยากรที่เหมาะสมต่อความต้องการของผู้ใช้
ลักษณะการให้บริการเป็นกลุ่ม
ก. นำชมห้องสมุด
โดยการแนะนำเกี่ยวกับ
ลักษณะทางกายภาพของห้องสมุด – คุ้นเคยกับลักษณะทางกายภาพของห้องสมุด แผนที่ห้องสมุด
แผนกบริการ – สร้างความสัมพันธ์ในเบื้องต้นเพื่อการเข้ามาใช้ในครั้งต่อไป รู้จักเจ้าหน้าที่ห้องสมุด (บางแผนก) เช่น บรรณารักษ์อ้างอิง แผนกวารสาร
การบริการหรือบริการพิเศษ เช่น การสืบค้นด้วยคอมพิวเตอร์ บริการยืมระหว่างห้องสมุด บริการแฟ้มข้อมูล (Information Files) บริการแนะนำแหล่งข้อมูลเฉพาะ (Subject Guide)
อธิบายโดยสรุปเกี่ยวกับจัดระบบห้องสมุด และแนวทางค้นคว้าใน
ห้องสมุด เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงวิธีการได้มาซึ่งข้อสนเทศที่ต้องการ
ห้องสมุด เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงวิธีการได้มาซึ่งข้อสนเทศที่ต้องการ
กฎระเบียบการใช้ห้องสมุด
วัตถุประสงค์ของการแนะนำในลักษณะนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับการแนะนำเข้ามาใช้
ห้องสมุดในครั้งต่อไป และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างห้องสมุดและผู้ใช้
ข. บริการสอนการใช้เครื่องมือการค้น One-Short Lecture
วิธีการและลักษณะการบริการจะคล้ายกับการให้บริการในระดับบุคคล แต่จัดให้เป็นกลุ่มอาจจะทำเมื่อมีผู้ร้องขอ หรือห้องสมุดจัดบริการโดยกำหนดตารางเวลาในการให้คำแนะนำ ขอบเขตของเนื้อหาที่จะแนะนำเป็นครั้งๆ วัตถุประสงค์ของการแนะนำ คือ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นคว้า ใช้คู่มือค้น และทรัพยากรสารสนเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
การใช้ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดออนไลน์ และการใช้ฐานข้อมูลต่างๆ หรือโปรแกรมใช้งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ค. บริการสอนการค้นคว้า
มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้มีทักษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy) มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
พัฒนาให้ผู้ใช้
สามารถเข้าถึงสารสนเทศ
รู้จักการคัดเลือก วิเคราะห์สารสนเทศ และการใช้สารสนเทศ
การประเมินและวิเคราะห์ทรัพยากร และการได้มาซึ่งข้อสนเทศที่ต้องการ
จริยธรรมในการใช้สารสนเทศ
การนำเสนอ
บรรณารักษ์จะสอนวิธีการสืบค้นสารสนเทศ วิธีรวบรวมข้อมูลทั้งในห้องสมุด และแหล่งสารสนเทศอื่นๆ
การดำเนินการ
จัดเป็นโปรแกรมสำหรับผู้ใช้ให้เลือก มีการจัดตารางเวลานัดหมาย ในห้องสมุดโรงเรียนอาจจัดโดยให้บรรณารักษ์ไปสอนในชั้นเรียนที่ผู้สอนประสงค์ให้นักเรียนทำรายงาน โดยเชิญบรรณารักษ์ไปบรรยายเกี่ยวกับวิธีการค้นคว้า
ห้องสมุดวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย อาจมีกระบวนวิชาโดยตรงเกี่ยวกับการค้นคว้า หรือ มีความร่วมมือระหว่างผู้สอนและบรรณารักษ์ในการบรรยายเกี่ยวกับการค้นคว้า
หรือมีตารางกำหนดการเรียนการสอนโดยห้องสมุดที่คิดเป็นหน่วยกิต หรือ ไม่มีหน่วยกิต ซึ่งจะขึ้นต่อนโยบายของแต่ละสถาบันการศึกษา
ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการจัดบริการ และการค้นคว้า ห้องสมุดหลายแห่งจะจัดโปรแกรมสอนออนไลน์เพิ่มขึ้น
การสอนการรู้สารสนเทศในสถาบันการศึกษา
Eisenberg, Lowe และ Spitzer (2004, p.133)
การสอนเป็นรายวิชาอิสระ (Stand-Alone Course or Class) เป็นรายวิชาหนึ่งของหลัก-สูตรซึ่งอาจจะเป็นวิชาบังคับหรือวิชาเลือกขึ้นอยู่กับนโยบายของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง
การสอนเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา (Course-Related Instruction) เป็นการสอนการรู้สารสนเทศที่สอดแทรกอยู่ในรายวิชาต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้จักการสืบค้นสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับรายวิชานั้นๆ
การสอนเป็นรายวิชาอิสระ
มช. 009103 การรู้สารสนเทศและการนำเสนอสารสนเทศ
ความหมายและความสำคัญของสารสนเทศและการรู้สารสนเทศ ความต้องการและการแสวงหาสารสนเทศ แหล่งสารสนเทศและบริการสารสนเทศ ทรัยยากรสารสนเทศและการจัดระเบียบ การสืบค้นสารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ การนำเสนอสารสนเทศ การอ้างถึงและการเขียนบรรณานุกรม
สยามเทค ห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ ระดับชั้น ปวส.ชั้นปีที่ 1-2
ศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้อื่นๆประเภทของข้อมูลสารสนเทศรูปแบบต่างๆ เครื่องมือและวิธีการใช้เครื่องมือในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ การเลือกใช้และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ และการนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า
การสอนแบบบรูณาการกับรายวิชาอื่นในหลักสูตร (Course-Integrated Instruction) เป็นการสอนที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง โดยจัดทำหลักสูตรตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ และรูปแบบสอนจะต้องสอดคล้องกับกิจกรรมการสอนในรายวิชา ซึ่งอาจารย์ผู้สอนและบรรณารักษ์จะต้องทำงานร่วมกันในการวางแผนและการดำเนินการสอนในลักษณะสอนเป็นทีม
โปรแกรมสอนห้องสมุด (One short Instruction) จัดสอน อบรม ปฏิบัติการโดยห้องสมุด
บทเรียนออนไลน์ (Online Tutorials) เป็นการสอนผ่านเว็บไซต์มีการใช้สื่อประสม และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตช่วยในการพัฒนาบทเรียนให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
สมุดฝึกหัด (Workbook) ประกอบด้วยเนื้อหาบทเรียนกะทัดรัด และเน้นการทำแบบฝึกหัดเพื่อฝึกทักษะการรู้สารสนเทศ
CMU -Library Training (บริการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรสารสนเทศ)
สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
บริการฝึกอบรมการใช้สารนิเทศ (Library Training)
งานบริการสารนิเทศ และศูนย์บริการนักวิจัย (Researcher's Service Center - RSC) ได้จัดกิจกรรม เรียนรู้การใช้สารนิเทศเพื่อแนะนำวิธีการค้นหาทรัพยากรสารนิเทศของสำนักหอสมุด รวมถึงฝึกอบรมทักษะการสืบค้นทรัพยากรสารนิเทศจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เรียนรู้การใช้โปรแกรมการจัดการเอกสาร วิธีการเลือกรูปแบบเชิงอรรถและบรรณานุกรม และในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
งานบริการสารนิเทศ และศูนย์บริการนักวิจัย (Researcher's Service Center - RSC) ได้จัดกิจกรรม เรียนรู้การใช้สารนิเทศเพื่อแนะนำวิธีการค้นหาทรัพยากรสารนิเทศของสำนักหอสมุด รวมถึงฝึกอบรมทักษะการสืบค้นทรัพยากรสารนิเทศจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เรียนรู้การใช้โปรแกรมการจัดการเอกสาร วิธีการเลือกรูปแบบเชิงอรรถและบรรณานุกรม และในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
ในภาคการศึกษาที่ 1/2554 มีการจัดกิจกรรมฝึกอบรมการใช้สารสนเทศในโปรแกรมการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ดังนี้ CMUL OPAC , , CMU Library for Community, Find Information from e-Databases , EndNote Web, Smart Thesis, TOEFL TOEIC, e-Books ดูรายละเอียดวันเวลาที่จัดฝึกอบรม และสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
การฝึกอบรมในภาคการศึกษานี้ เริ่มวันที่ 13 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป
สำหรับท่านที่ต้องการศึกษาด้วยตนเอง สามารถเรียนรู้ได้จาก Online Tutorials สอบถามข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่ เคาน์เตอร์ Reference and Research Service โทรศัพท์ 0-5394-4531
บทเรียนออนไลน์Web-Instructional services Tutorial
นำชมห้องสมุด
Video Tour
The Tudors: Behind the Tudors: The British Library
A Day In The Life At UCLA
Social Science Library, Oxford: Video Tour
Oxford College Walking Tour: Hoke O'Kelley Memorial Library
http://www.youtube.com/watch?v=QbCREah43bc&playnext=1&list=PL0CE25EAE46F78E04
http://www.youtube.com/watch?v=QbCREah43bc&playnext=1&list=PL0CE25EAE46F78E04
Tutorials
University of Sussex RIFD
Peer Review in 5 minute
Peer Review in 5 Minutes
http://www.youtube.com/watch?v=g8noW-Q0p8s
http://www.youtube.com/watch?v=g8noW-Q0p8s
University of Sussex Library film
http://www.youtube.com/watch?v=WLdEZFeFs-k&feature=related
http://www.youtube.com/watch?v=WLdEZFeFs-k&feature=related
ความร่วมมือ
OA
A.N.T.S - http://ants.wetpaint.com
A.N.T.S -Collaborative Sites
PRIMO: Peer Reviewed Instructional Materials Online
CLIP: Cooperative Library Instruction Program
CORIL
ALPS Link
Encyclopedia of Life (EOL)
Architecture for Humanity
Science of Collaboratories Project
http://ants.wetpaint.com/page/Other+Collaborative+Sites
http://ants.wetpaint.com/page/Other+Collaborative+Sites
มาตรฐาน
สมาคมห้องสมุด (American Library Association-ALA)
จัดทำมาตรฐานการรู้สารสนเทศสำหรับนักเรียน (Information Literacy Standards for Schools) ในปี 1998
มาตรฐานการรู้สารสนเทศสำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา (Information Literacy Standards for Higher Education) ในปี 2000
ประเทศอังกฤษ
Society of College, National and University Librariesได้มีการกำหนด มาตรฐาน เรียกว่า Seven Pillars of Information Literacy (Bruce, 2002)
แบบทดสอบ
สมาคมห้องสมุดมหาวิทยาลัย และวิจัยแห่งสหรัฐอเมริกา (Association of College and Research Libraries-ACRL)
Standardized Assessment of Information Literacy Skills (SAILS) โดยพัฒนาจากมาตรฐาน Information Literacy Competency Standard for Higher Education
สถาบันสากล Education Testing Service (ETS)
Information and Communication Technology Literacy Test (iSkills)
ออสเตรเลีย สถาบัน Council of Australian University Librarians (CAUL)
Information Skills Survey (ISS) (UNESCO, 2008, p.20)
รายการ IL Assessment

รายการ IL Assessment

ตัวอย่างแบบทดสอบ

ทักษะ
การสอน
การประเมิน
IT Web design
ทักษะการสื่อสาร
อ้างอิงการเรียนการสอนแฟชั่นบรรณารักษ์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวยอร์ก
รายละเอียดการทำงาน
มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนของห้องสมุดและโปรแกรมการรู้สารสนเทศโดยชั้นเรียนการวิจัยการเรียนการสอนการประชุมเชิงปฏิบัติการ
ชั้นนำ orientations ห้องสมุดทั่วไปและ
โอกาสในการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ข้อมูลข้ามหลักสูตร
ทำงานภายในวิจัยและบริการการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาและนำเทคโนโลยีการเรียนรู้นวัตกรรมและทรัพยากร (สิ่งพิมพ์การเรียนการสอนหรือเอกสารประกอบคำบรรยายก่อนและหลังการทดสอบเครื่องมือการประเมินผลเช่นแบบสอบถามออนไลน์หรือการสำรวจ)
คาดว่าจะเข้าร่วมในโครงการห้องสมุดที่เป็นนวัตกรรมใหม่
การบริหารจัดการ
การวางแผนการเตรียมการสอนการใช้ห้องสมุด ประกอบด้วย
ขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
ประเมินความต้องการของผู้ใช้
กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์
การประชาสัมพันธ์โปรแกรมการสอน
เตรียมอุปกรณ์การสอน
เตรียมบุคลากร
เตรียมสถานที่
ปฏิบัติตามแผนงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น